เรื่อง : นายแพทย์จิระ ธนะจักร  Photo by Brian Yurasits on Unsplash

ตามนิยามแล้ว Microplastics ก็คือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กมากที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าด้วยซ้ำ และทุกวันนี้มีปนเปื้อนลงไปในสิ่งแวดล้อมตลอดเวลาครับ คำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นพิเศษ แต่หมายถึงเศษพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตรเท่านั้น 

ไมโครพลาสติกถูกนำเข้าสู่สิ่งแวดล้อมได้หลายช่องทาง เช่น บนบกมาจากการเสียดสีของยางรถยนต์กับถนน หรือสีที่ใช้ทาอาคารหรือยานพาหนะ แม้กระทั่งผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์ เครื่องสำอาง เสื้อผ้า และกระบวนการอุตสาหกรรม เป็นต้น งานวิจัยของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรียได้นำอุจจาระจากผู้ร่วมการทดลอง 8 คน จาก 8 ประเทศ (ออสเตรีย อิตาลี ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ญี่ปุ่น รัสเซีย และสหราชอาณาจักร) มาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่ร่วมการทดสอบทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่สารที่ใช้ทำขวดน้ำดื่ม ถุงร้อน พลาสติกบรรจุอาหาร ไปจนถึงฟิล์มห่ออาหาร เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น ซึ่งถือว่ามากอยู่นะครับ 

ในทางการแพทย์หากไมโครพลาสติกเหล่านี้หลุดรอดเข้าไปอยู่ในร่างกายของเราโดยที่เราไม่รู้ตัวจะทำให้เกิดภาวะอะไรบ้าง เริ่มจากพวกนี้จะมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า BPA หรือบิสฟีนอลเอ สารตัวนี้จะไปรบกวนการทำงานของระบบในร่างกาย ซึ่งส่งผลกับการเจริญเติบโตของเด็กได้ และสำหรับผู้ใหญ่ก็จะรบกวนการทำงานการปล่อยฮอร์โมนเอสโตรเจน และถ้าหากไมโครพลาสติกมีการแตกตัวเล็กลงจากไมโครเมตร เป็นนาโนเมตร หรือพิโคเมตร หรือเล็กเท่ากับแบคทีเรียหรือไวรัส อาจจะหลุดเข้าไปอยู่ในเส้นเลือดได้ แบบนี้น่ากลัวมากครับ เพราะอาจจะไปขวางกั้นในเส้นเลือดเราก็ได้ และสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากคือถ้าไปฝังตามเนื้อเยื่อของเรา อาจจะเป็นตัวที่ทำให้เกิดมะเร็งเกิดขึ้นได้ 

ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 6 ของประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลมากที่สุดในโลก และในไทยเราเองยังตรวจพบไมโครพลาสติกในหอยเสียบและหอยกระปุกในลักษณะที่เป็นเส้นใยมากที่สุด คาดว่ามาจากอุปกรณ์การทำประมง เช่น อวน ตาข่าย เอ็น และเชือก ดังนั้นการช่วยบรรเทาปัญหาได้ทางหนึ่ง คือ การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางบนบก เพราะพอพลาสติกลงไปในทะเลแล้ว การจัดการจะลำบากมาก ยิ่งลงทะเลไปแล้วแตกหักเป็นชิ้นเล็กมากเท่าไหร่ อันตรายหรือผลกระทบก็จะยิ่งสูง 

ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์สารไมโครพลาสติกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Primary Microplastics ซึ่งถูกผลิตขึ้นจากโรงงาน เช่น พวกไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง สครับขัดผิว หรือยาสีฟัน  อีกประเภทหนึ่งคือ Secondary Microplastics เกิดจากการที่พลาสติกขนาดใหญ่แตกหักหรือผุกร่อนจากคลื่น แสงอาทิตย์ หรือแรงบีบอัด จนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ แม้กระทั่งในกลุ่มพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable Plastic) ก็พบว่าเป็นส่วนหนึ่งของไมโครพลาสติกเช่นเดียวกัน และพลาสติกชีวภาพจะย่อยสลายได้จริงก็ต่อเมื่ออยู่บนบกเท่านั้น เพราะว่าบนบกมีแบคทีเรีย มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่ช่วยในการย่อยสลาย แต่ในทะเลไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดนั้น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็ไม่ได้สูงจนสามารถที่จะย่อยพลาสติกเหล่านี้ได้ เมื่อตกลงไปในทะเลพอถูกแสงแดด พลาสติกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ
ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น ในระดับที่เรียกว่าไมโครพลาสติก ปัญหาก็คือ เมื่อไมโครพลาสติกเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำลำธาร ทะเลและมหาสมุทร ก็ย่อมส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารของเรานั่นเอง

สุดท้ายภัยใกล้ตัวของมนุษย์ก็มักจะมาจากสิ่งที่มนุษย์เราสร้างมาทั้งนั้น เพราะธรรมชาติไม่เคยทำร้ายใคร