เรื่อง : นายแพทย์จิระ ธนะจักร 

ยุคนี้เป็นยุคแห่งการท่องเที่ยว เปิดหูเปิดตาครับ เราจะเห็นได้ว่าหลายๆ ประเทศหันมาโปรโมททรัพยากรสิ่งแวดล้อมของตัวเองเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือน เพื่อเพิ่มรายได้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น 

ในอดีต landmark ต่างๆ ที่เรารู้จักคุ้นเคยไม่ว่าจะเป็น กำแพงเมืองจีน หอไอเฟิล น้ำตกไนแองการา อนุสาวรีย์เสรีภาพ หรือหอนาฬิกา bigbell ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวก็ให้ความสำคัญน้อยลง เนื่องจาก landmark เหล่านี้ผู้คนสามารถหาดูได้จากหลายช่องทางแต่เมื่อไปสัมผัสจริงกลับพบว่า บรรยากาศไม่เหมือนอย่างที่คิด อาจเป็นเพราะมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น ความเป็นส่วนตัวมีน้อยลง  การท่องเที่ยววิถีไทยจึงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนร่วมไปกับการได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ความรู้ที่หาดูได้ยาก และการได้สัมผัสกับธรรมชาติ วัฒนธรรมอย่างถึงแก่นแท้ จึงทำให้ภาครัฐบาลจัดให้มีนโยบายการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวปี 2561 โดยได้ทำแผนรองรับการท่องเที่ยววิถีไทยดังนี้คือ 1 การฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว, 2 การบูรณาการระหว่างทุกหน่วยงานและภาคเอกชน, 3 การจัดการเมืองท่องเที่ยวหลัก กระจายโอกาสไปยังเมือท่องเที่ยวรอง, และ 4 การใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ ลดความเหลื่อมล้ำ 

ทั้งนี้ภาคเอกชนเราก็มีส่วนช่วยในเรื่องการพัฒนาสินค้าโอทอป (OTOP) ซึ่งควรตั้งขายอยู่ในหมู่บ้าน จะได้เป็นการเชื่อมกับเรื่องราว (Story) ให้กับแหล่งท่องเที่ยวด้วย 

สำหรับบ้านเราเชียงใหม่ถือได้ว่ามีหลายสถานที่ที่สามารถจัดการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีไทยแบบนี้ได้ เช่น เส้นสันกำแพงเริ่มตั้งแต่เขตบ้านแม่ออน ซึ่งมี homestay ที่ชาวต่างชาติชอบเข้าไปใช้ชีวิตกับชาวบ้านโดยเฉพาะฝรั่งและคนญี่ปุ่นเพราะนอกจากจะใกล้ชิดน้ำพุร้อนหรือออนเซนแบบไทยๆ แล้วยังมีหัตถกรรมหลายอย่างไม่ว่าเรื่องการฝึกทำอาหารไทยพื้นเมือง การปั้นดิน และการทอผ้า

วิ่งขึ้นไปก็จะพบกับบ้านแม่กำปอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักอาศัยท่ามกลางธรรมชาติ ส่วนทางเส้นแม่ริม แม่แตง ก็มีบ้านพักแบบ long stay และ home stay แถบแม่แรมจะมีการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยในป่า และสัตว์ที่หาดูยาก มีที่พักบนภูเขา สัมผัสธรรมชาติต้นไม้ใหญ่ ลำธารและน้ำตกควบคู่ไปกับการอยู่ร่วมกับชาวเขา เริ่มตั้งแต่บ้านโป่งแยง ขึ้นไปถึงม่อนแจ่มแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังของที่นี่ รวมไปถึงหมู่บ้านสะเมิงใต้ที่มีชาวเขาพักอาศัยอยู่หลายชนเผ่าหลากหลายวัฒนธรรม 

ลงมาเข้าสายแม่แตงก็มีที่พักเชิงอนุรักษ์ เน้นเรื่องการดูแลรักษาต้นน้ำแม่ปิง และสัตว์ใหญ่ เช่น ช้าง มีการล่องแก่งแถวแม่แตง หมู่บ้านเลี้ยงช้าง เป็นต้น สุดปลายทางจะเป็นอีกสองแหล่งท่องเที่ยวที่ขาดไม่ได้ คือ อำเภอเชียงดาวซึ่งเป็นที่ตั้งของดอยหลวงและถ้ำหลวงเชียงดาวแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่คนทั้งโลกอยากสัมผัสเพราะที่นี่ถือว่าเป็นป่าที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งครับ

ถัดไปอีกที่อำเภอฝางหรือแม่อายครับ โดยเฉพาะตำบลท่าตอนที่นี่ฝรั่งก็ชอบมาพักเป็นแบบ long stay เนื่องจากอากาศจะดีมาก อีกทั้งวิถีชาวบ้านก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ผลไม้มีตลอดทั้งปี ทุ่งนาเขียวขจีการเดินทางก็ไม่ลำบาก

อีกฟากหนึ่งของเมืองสายหางดง-สันป่าตองก็เริ่มตั้งแต่การเข้าเยี่ยมหมู่บ้านหัตถกรรมบ้านถวายที่มีชื่อเรื่องการแกะสลักไม้ การทำเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากไม้แบบ hand made มี home stay หลายที่ที่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาดูงานและฝึกสอนด้วยครับ เส้นทางสายนี้ยังเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติเช่นเดียวกันครับ รวมถึงอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ สถานที่ท่องเที่ยวขุนแม่วางที่นักท่องเที่ยวนิยมไปล่องแก่งและตกปลา ชมดอกซากุระบานกันครับ 

ท้ายสุดก็ไปผจญภัยปีนหน้าผาและตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ที่ไม่เคยพบเห็นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง ที่ชาวต่างชาตินิยมมาเช็คอินและใช้ชีวิตกับชาวนาที่ปลูกข้าวแบบขั้นบันไดที่หมู่บ้านป่าบงเปียง 

เส้นทางสายดอยสะเก็ดไปเชียงรายก็ไม่น้อยหน้าครับ เริ่มตั้งแต่ชุมชนบ้านแม่หวานที่ถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่าอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นมิตรต่อสุขภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งครับ มีหมู่บ้านญี่ปุ่น และ long stay มากมาย เพราะแถวนี้มีภูเขาที่มีต้นไม้หนาแน่น สลับกับพื้นราบมีลำธารไหลผ่านทุกที่ทำให้อุดมสมบูรณ์ร่มเย็นทุกฤดูกาล 

สำหรับตอนนี้ที่บ้านโป่งกุ่มก็มีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติเปิดอยู่ด้วยครับ ที่นี่ยังมีน้ำตกห้วยหม้อและหมู่บ้านปางแดงซึ่งเป็นชุมชนชาวกะเหรี่ยงซึ่งมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับป่าไม้มาก

อีกเส้นทางที่เราพลาดไม่ได้คือเส้นทางสายพร้าวครับ ก็เริ่มตั้งแต่การไปชมน้ำพุเจ็ดสีน้ำตกบัวตอง ซึ่งเป็นน้ำตกหินปูนที่ใหญ่ที่สุดของเราตอนนี้ ผู้คนสามารถเดินขึ้นน้ำตกได้เลยแบบไม่ต้องกลัวลื่นตกมานะครับ 

อีกที่ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมไปคือยอดดอยม่อนหินไหลซึ่งเป็นจุดชมวิวมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของอำเภอพร้าว ซึ่งตอนนี้ได้จัดให้มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติตลอดทางประมาณ 1 กิโลเมตร และสำหรับชาวพุทธก็มักจะไปแวะวัดดอยแม่ปั๋ง สันนิษฐานว่าเป็นตำหนักหรือวังเก่าของเจ้านายสมัยโบราณ ในส่วนที่มีชื่อสียงที่สุดคือ เป็นวัดที่หลวงปู่แหวนสุจิณโน พระอาจารย์สายปฏิบัติที่เป็นที่เคารพนับถือได้จำพรรษาอยู่ก่อนที่ท่านจะมรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2530 ครับ 

โดยรวมแล้วการท่องเที่ยววิถีไทยในบ้านเรายังสามารถขยายตัวได้อีกมากครับ เพียงแค่ต้องการความร่วมมือร่วมใจกันระหว่างทั้งภาครัฐและภาคเอกชนผลักดันโครงการให้ได้เคลื่อนไหว และมีการกำกับควบคุมให้มีมาตรฐานให้เป็นสากลมากขึ้นให้ได้