หลายคนนึกไม่ถึงหรืออาจลืมไปว่า วิถีการใช้ระบบขนส่งสาธารณะของคนเชียงใหม่ได้ขาดช่วงไปเป็นเวลานานกว่า 20 ปี จากวันที่เมืองเชียงใหม่เคยมีรถเมล์เหลืองวิ่งให้บริการรอบเมือง และหยุดกิจการไปก่อนปี 2540 (รถเมล์ RTC และรถเมล์ขาวของเทศบาลฯ เพิ่มเกิดขึ้นมาในช่วงหลัง) ทำให้คนเชียงใหม่เจเนอร์เรชั่นใหม่มีพฤติกรรมคุ้นชินกับการใช้รถมอเตอร์ไซด์และรถยนต์ส่วนบุคคลมากกว่าจะคิดถึงระบบขนส่งสาธารณะเป็นตัวเลือกแรกในการเดินทาง

ในวันนี้เราได้เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ขึ้นมาบ้างแล้ว จากภาพความเปลี่ยนแปลงในการใช้รถเมล์ RTC และรถเมล์เทศบาล กับบรรดา Grab car ที่ไม่จำกัดวงอยู่เพียงกลุ่มนักท่องเที่ยว แต่เริ่มมีนักเรียนนักศึกษา และคนทั่วไปใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ ตามมาด้วยโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง(โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ มีเส้นทาง : แยกโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่มีการคาดหมายว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จราวปี 2570 เรื่องราวเหล่านี้จึงเป็นดั่งความหวังครั้งใหม่ ที่จะช่วยพลิกโฉมการสัญจรในเขตเมือง และช่วยลดปัญหาฝุ่นควันและปัญหาสิ่งแวดล้อมของเมืองไปได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ข่าวที่น่าจะทำให้ภาพฝันของการมีระบบขนส่งมวลชนที่ดีกว่าขยับเข้ามาใกล้ตาใกล้ใจมากขึ้น คือ การประกาศเปิดตัวเครือข่ายระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเมืองเชียงใหม่ (Chiang Mai Smart Mobility Alliance Network) ไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในโครงการ Low Carbon Demonstration Project Implementation for Chiang Mai Municipality ตามมาด้วยแผนพัฒนาองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้ระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะ และปลดปล่อยคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นจริง

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ รูปธรรมการปฏิบัติการเริ่มเห็นมรรคผล อาทิ การเปิดตัวแอพพลิเคชั่นขนส่งมวลชน ชื่อว่า Urban Transit ที่ให้บริการข้อมูลการเดินทาง ตำแหน่งรถสาธารณะในเมืองเชียงใหม่แบบ Real Time  และแนะนำการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชน ตามมาด้วยการพัฒนา รถเมล์ไฟฟ้า โดยความร่วมมือของบริษัทพลังงานเพื่อเชียงใหม่ บริษัทที่ตั้งขึ้นจากเครือข่ายภาคธุรกิจและนักวิชาการคนเชียงใหม่ที่อยากเห็นการพัฒนาเรื่องการสัญจรอัจฉริยะ (Smart Mobility) ร่วมกับ บริษัทพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้านรถเมล์ไฟฟ้าที่ให้บริการรถอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อจะนำรถเมล์ไฟฟ้ามาวิ่งให้บริการในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ในช่วงกลางปี 2563 โดย สุมิตรา อินธิชัยพล กรรมการบริษัทพลังงานเพื่อเชียงใหม่ และ ไพบูลย์ ภู่ทอง ผู้จัดการทั่วไปบริษัท RTC ได้ให้รายละเอียดไว้ดังนี้

“รถเมล์ไฟฟ้าที่กำลังจะนำมาให้บริการมีชื่อว่า ‘e4c’ เป็นรถเมล์ 24 ที่นั่ง ขนาด 8.5 เมตร ให้บริการในราคา 30 บาทตลอดสาย จดทะเบียนเป็นรถไฟฟ้าที่เป็นรถประจำทางใช้ป้าย 10 คันแรกของประเทศไทย หน้าตาจะคล้ายกับรถ Thai Ev ที่ใช้เป็น Shutter Bus ในจุฬาฯ แต่จะใช้สีขาว – คาดเหลือง เพื่อจะนำภาพจำของรถเมล์เหลืองที่คนเชียงใหม่คุ้นเคยกลับมา รถเมล์ไฟฟาคันนี้จะใช้แบตเตอรี่ขนาด 120 กิโลวัตต์ ชาร์ตแบบธรรมดาหนึ่งครั้งใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ส่วนระยะทางว่าจะวิ่งได้กี่รอบต่อวัน เรากำลังหารือกับทางขนส่งจังหวัดในเรื่องวันทดสอบการให้บริการ ซึ่งน่าจะเกิดเร็วๆ นี้” สุมิตรา กล่าวถึงความก้าวหน้าของการเดินรถเมล์ไฟฟ้า e4c

ไพบูลย์ ให้รายละเอียดถึงเส้นทางการเดินรถเมล์ไฟฟ้าว่า “สำหรับเส้นทางการเดินรถ ทาง e4c ได้รับอนุมัติเส้นทางหมวดที่ 1 สาย 6 วิ่งรอบเมืองในทิศทางวนซ้าย จากสนามบิน วนกลับมาจบที่สนามบินโดยใช้เส้นทางถนนมหิดล – ถนนสุเทพ – ถนนห้วยแก้ว – ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์วงแหวนรอบที่ 1 และกลับมาจบที่ถนนมหิดลเข้าสู่สนามบิน รถเมล์ไฟฟ้าสายนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยเติมประสิทธิภาพในการขนส่งคนจากย่านมช.และนิมมานฯ ไปสู่สนามบิน เป็นการช่วยเติมศักยภาพระบบการสัญจรที่ RTC เริ่มตรงนี้ไว้ดีแล้ว ทั้งนี้คณะทำงานได้วางแผนการเดินรถไว้ 3 ระยะโดยแบ่งเส้นทางออกเป็นระยะสั้นๆ และจัดสรรจำนวนรถที่เหมาะสม 

ระยะที่ 1

จะเป็นเส้นทางที่ใช้ทดสอบการให้บริการโดยใช้รถเมล์ไฟฟ้า 1 คัน เริ่มต้นให้บริการจากเส้นทาง สนามบิน – ถนนมหิดล – โรงเรียนวัฒนโนฯ – โรงพยาบาลสวนดอก – หลังมช. – ถนนคันคลองชลประทาน – ศูนย์การค้าเมญ่า – ถนนนิมมานฯ – โรงพยาบาลสวนดอก – วนในคูเมืองเข้าถนนมหิดลกลับสู่สนามบิน

ระยะที่ 2

เป็นเส้นทางระยะสั้น 3 เส้นทาง ใช้รถเมล์ไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 5 คัน ได้แก่ 1.เส้นทางหลังมช.- ขนส่งช้างเผือก, 2.เส้นทางขนส่งช้างเผือก – อาเขต และ 3.อาเขต -สนามบิน (Express Line)

ระยะที่ 3

ใช้รถเมล์ไฟฟ้าอีก 10 คันวิ่งให้บริการเฉพาะในขอบเขตคูเมืองเชียงใหม่ (เขตเมืองเก่าเชียงใหม่) ซึ่งจะใช้รถที่มีขนาดอยู่ราวๆ 5 เมตร เล็กกว่ารถที่วิ่งเส้นทางวนซ้าย และเหมาะสมสำหรับการนั่งชมบรรยากาศเมือง

จากการพัฒนาเส้นทางและการให้บริการทั้ง 3 ระยะ ทางเครือข่ายระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเมืองเชียงใหม่และภาคี ได้ร่วมกันวางแผนและจัดสร้าง Smart Bus Stop เพื่อให้เป็นจุดเชื่อมโยงการให้บริการรถสาธารณะ และให้บริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ลักษณะคล้ายคลึงกับสถานีรถไฟฟ้าที่กรุงเทพฯ ซึ่งให้บริการเรื่องข้อมูลเส้นทาง การบอกรายละเอียดของรถที่กำลังเข้าสู่ป้าย บริการเติมเงินบัตรโดยสาร ฯลฯ  โดยได้ริเริ่มจุดแรกไปแล้วที่บริเวณประตูท่าแพ”

นอกจากความพิเศษของรถไฟฟ้าการให้บริการในอนาคตอันใกล้ สุมิตรา ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องการลงทุนและการสนับสนุนเป็นเจ้าของรถเมล์ไฟฟ้าร่วมกันของคนเชียงใหม่ไว้ว่า “ตามที่วางแผนกันไว้ตั้งแต่ต้นว่า เราอยากให้คนเชียงใหม่ได้ร่วมเป็นเจ้าของรถเมล์ไฟฟ้า e4c อย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาของการดำเนินการทำ Cloud Founding หรือการเปิดให้มีการระดมทุนจากคนทั่วไป โดยให้ชาวเชียงใหม่จะสามารถซื้อและถือหุ้นได้ 40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ธุรกิจการบริการนี้เป็นของคนเชียงใหม่ และเป็นความภูมิใจร่วมกัน ซึ่งคาดว่าหลังจากการให้บริการระยะหนึ่งจะมีการดำเนินการเปิดให้จองหุ้นต่อไป”

สำหรับคนเชียงใหม่ที่กำลังรอลุ้นโครงการรถเมล์ไฟฟ้า หากมีการทดสอบการเดินรถเมื่อไหร่ COMPASS จะนำเรื่องมาบอกต่อให้ทุกท่านทราบแน่นอน โปรดอดใจรอ

ข้อมูลเพิ่มเติม

สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : 

Facebook.com/cmuspp

RTC Chiang Mai City Bus :

Facebook.com/rtccmcitybus