ช่วงเดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมามีรายงานข่าวในประเทศจีนว่า พบผู้ป่วย ‘โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส’ จำนวน 44 ราย จากเมืองอู่ฮั่น แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตนั้น
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ทางการจีนได้มีการดำเนินการสอบสวนโรคและอยู่ระหว่างการตรวจหาสาเหตุ ซึ่งขณะนั้นยังไม่ทราบสาเหตุของโรค แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไม่ใช่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก อะดิโนไวรัส หรือโรคทางเดินหายใจที่พบได้ทั่วไป ซึ่งผู้ป่วยก็จะมีอาการไข้ ไอแห้ง หายใจลำบากและมีอาการของปอดอักเสบเฉียบพลันตามมาอย่างรวดเร็วครับ
ในประเทศไทยเรากรมควบคุมโรคได้มอบหมายให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทำการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยการคัดกรองอาการไข้ และอาการที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ ในผู้ที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่น เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งมีหลายสายการบิน และสนามบินที่เตรียมรับ ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาพักผ่อนมากที่สุด ส่วนคนไทยที่มีทริปไปท่องเที่ยวที่จีน หรือไปประกอบธุรกิจ ก็มีแนวทางการป้องกันและระวังตัวไว้ดังนี้ คือ ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือสถานที่ที่มีมลภาวะที่เป็นพิษ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น และควรรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ไม่สัมผัส และรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ ทั้งสัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์ทะเล และสำหรับคนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเช่นเด็กเล็กและผู้สูงอายุ หากมีอาการเริ่มป่วย เช่น มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ขอให้รีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวมได้
จริงๆ แล้วพวกเราอาจจะคุ้นๆ กับเรื่องของการระบาดเชื้อไวรัสในจีนมาบ้างแล้วในอดีต เช่น โรคซาร์ส เมื่อสักสิบกว่าปีที่แล้ว ซึ่งโรคซาร์ส (SARS) หรือโรคทางระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส (Coronavirus) เดิมพบการติดเชื้อนี้ได้เฉพาะในสัตว์ที่มีขนาดเล็ก แต่ต่อมามีการกลายพันธุ์ เกิดการติดเชื้อในมนุษย์ขึ้น และแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงแรกผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส หรือมีอาการติดเชื้อที่ปอดและทางเดินหายใจ เช่น ไอแห้ง หรือหายใจลำบาก เป็นต้น
สถานการณ์ของโรคซาร์ส (SARS) ในประเทศไทย พบว่า ไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคซาร์สภายในประเทศ ยกเว้นเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกที่ป่วยด้วยโรคซาร์ส และเดินทางเข้ามารับการรักษาที่ประเทศไทย โดยไม่มีการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเติม สำหรับประเทศจีน เคยมีโรคซาร์สระบาดเมื่อปี พ.ศ. 2546 ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 349 ราย ถือว่าเป็นโรคระบาดจากเชื้อไวรัสทางเดินหายใจที่รุนแรงมากนะครับ
กลับมาโรคปอดอักเสบเฉียบพลันที่กำลังเป็นข่าวในจีนตอนนี้อีกครั้งครับ ทางการจีนกำลังเร่งตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ โดยมีการตรวจสอบ 121 คนที่มีการติดต่อใกล้ชิดกับคนป่วยทั้ง 44 รายว่าจะป่วยหรือไม่ ซึ่งพบว่ามีจุดที่พบคนป่วยร่วมกันมาก คือ ตลาดอาหารทะเล จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับอาหารทะเลหรือไม่ แต่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง และตอนนี้ยังไม่มีประเทศใดออกมาห้ามไปจีน หรือให้เลี่ยงการเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น เพียงแต่ถ้าไปก็ทำตามคำแนะนำ คือ อย่าไปจับหรือกินสัตว์ที่ไม่สุก ถ้ากลับมาแล้วมีไข้ให้ไปพบหมอทันที
อย่างไรก็ตาม เรื่องของการเตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้ของเชื้อไวรัสโคโรนาปริศนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบจากอู่ฮั่นนั้น ตอนนี้ ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่าสามารถติดต่อได้ระหว่างคนกับคน และอาจจะแพร่ไปพร้อมกับการเดินทางช่วงตรุษจีน
หลายประเทศวิตกว่า สถานการณ์ไวรัสโคโรนาปริศนาจะใหญ่โตกว่าที่จีนแถลง เช่นที่ออสเตรเลีย กำลังสังเกตอาการผู้ต้องสงสัยติดเชื้อในบริสเบน ขณะที่ฟิลิปปินส์ ยืนยันว่าพบเด็กชาวจีนคนหนึ่ง ติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ไม่ใช่ซาร์ส และจากการประชุมที่องค์การอนามัยโลกเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ยังจะไม่ประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ชี้ว่าผู้เสียชีวิตที่จีนอาจมาจากโรคแทรกไม่ใช่เชื้อไวรัสโดยตรง
สำหรับบ้านเราได้ให้สถานพยาบาลทุกแห่งยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก พร้อมยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อตอบโต้สถานการณ์เป็นระดับ 3 ทั้งเพิ่มระบบการคัดกรองที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในสนามบินทั้ง 5 แห่ง (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง กระบี่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี อุบลราชธานีและขอนแก่น) เฝ้าระวังผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน มีระบบคัดแยกโรคและผู้ป่วยที่รวดเร็ว จัดทีมแพทย์พยาบาลและบุคลากรที่ผ่านการอบรมรองรับเหตุ

เรื่อง : นายแพทย์จิระ ธนะจักร
Photo by camilo jimenez on Unsplash