เรื่อง : นายแพทย์จิระ ธนะจักร   
Photo by Mike Dorner on Unsplash

เป็นโรคของคุณผู้ชายที่มักพบตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป และจากสถิติพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งจะพบตอนช่วงอายุระหว่าง 55-60 ปีครับ แต่ก่อนอื่นเรามาทราบกันก่อนครับว่า ‘ต่อมลูกหมาก’ ในผู้ชายนั้นอยู่ตรงไหนและทำหน้าที่อะไรบ้าง

ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะในระบบอวัยวะสืบพันธุ์ชาย ที่อยู่ตรงด้านหลังของคอกระเพาะปัสสาวะ ในอุ้งเชิงกรานหลังกระดูกหัวหน่าว ลักษณะต่อมมี 5 กลีบ หนักประมาณ 20 กรัมครับ ซึ่งจะทำหน้าที่สร้างของเหลวสีขาวคล้ายน้ำนม ที่เป็นส่วนหนึ่งของน้ำอสุจิ มีกลิ่นเฉพาะตัว สารที่หลั่งออกมาเป็นเบสอ่อนๆ ช่วยให้เกิดสภาพเหมาะสมกับตัวอสุจิ ลดสภาพความเป็นเบสของท่อปัสสาวะและช่วยให้อสุจิแข็งแรงและว่องไวขึ้น 

แต่ภาวะโรคต่อมลูกหมากโต หรือ BPH คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติ (ซึ่งขนาดปกติของต่อมลูกหมากประมาณเท่ากับผลวอลนัท) และด้วยเหตุที่ต่อมลูกหมากห่อหุ้มท่อปัสสาวะส่วนต้นไว้ ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ต่อมลูกหมากโตขึ้นก็อาจกดทับท่อปัสสาวะให้ตีบเล็กลง จะส่งผลให้คนไข้มีอาการปัสสาวะติดขัด 

นอกจากนี้ต่อมลูกหมากโตอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผนังกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะหนาขึ้น เนื่องจากต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อขับน้ำปัสสาวะให้ผ่านท่อแคบๆ และเมื่อผนังกระเพาะปัสสาวะหนาตัวขึ้นก็จะส่งผลต่อความสามารถในการกักเก็บน้ำปัสสาวะลดลง คนไข้จึงต้องปัสสาวะบ่อย และอาจได้รับการกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะขึ้นมาอย่างกะทันหันได้ครับ 

ที่ผ่านมายังไม่มีหลักฐานหรือรายงานที่แสดงชัดว่าโรคต่อมลูกหมากโตจะนำไปสู่โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่อย่างไรก็ตามอาการของความผิดปกติทั้งในต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นมีความคล้ายกันมากครับ และอาจเป็นไปได้ว่าภาวะต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากจะเกิดขึ้นในขณะเดียวกันได้ ซึ่งปัจจุบันโรคต่อมลูกหมากโตสามารถรักษาได้โดยง่าย 

อาการที่เราต้องสังเกตกันเกี่ยวโรคหรือภาวะนี้เริ่มตั้งแต่ การมีปัสสาวะบ่อยหรือต้องการปัสสาวะทันที ปัสสาวะครั้งละนานๆ ปัสสาวะอ่อนไม่พุ่งแรง ปัสสาวะสะดุด (ขัดเบา) ปัสสาวะเป็นหยดๆ รู้สึกปวดหน่วงๆ ขณะถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยหลายครั้งในตอนกลางคืน และอาจจะมีหรือไม่มีเลือดปนออกมาในปัสสาวะ

สำหรับการวินิจฉัย สมัยนี้ใช้การตรวจจากการทำอัลตร้าซาวด์ หรือเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็ก หรือ MRI ก็สามารถทราบผลชัดเจนถึงขั้นแยกภาวะมะเร็งต่อมลูกหมากได้เลยครับ ในส่วนขั้นตอนการรักษาหากมีอาการเพียงเล็กน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องรักษาเลยครับ แพทย์ก็จะแนะนำให้งดดื่มของเหลวหรือแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไป โดยเฉพาะในเวลากลางคืน และอาจะสั่งยาบางชนิดให้ เช่น Proscar (finasteride) ซึ่งช่วยให้ต่อมลูกหมากมีขนาดเล็กลง หรือยาคลายกล้ามเนื้อเรียบในต่อมลูกหมากให้อ่อนตัวลง (alpha-blockers) เป็นต้น หรือบางโรงพยาบาลที่ทันสมัยไฮเทคก็จะรักษาด้วยความร้อน (การใช้ความร้อนกับเนื้อเยื่อของต่อมลูกหมาก) สามารถใช้เพื่อลดอาการของต่อมลูกหมากโตได้ 

หากรักษาด้วยวิธีการอื่นไม่ได้ผลแล้วและอาการเป็นมากขึ้นกว่าเดิม เช่น ถึงขั้นรบกวนชีวิตประจำวันมากๆ ก็จะรักษาด้วยการผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง เพื่อตัดเอาชิ้นเนื้อส่วนที่เกินออกมาจากต่อมลูกหมาก (TURP) วิธีนี้ถือว่าปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อยครับ แต่ถ้าหากในกรณีที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่มากผิดปกติ แพทย์อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องเพื่อนำเอาเนื้อเยื่อส่วนเกินออกมา ก็จะมีความเสี่ยงเรื่องของการผ่าตัดเพิ่มมากขึ้นอีกหน่อยครับ เพราะยังไม่มีทางป้องกันภาวะการเกิดต่อมลูกหมากโต

แต่คำแนะนำของแพทย์ทุกท่านจะให้เราดื่มน้ำบริสุทธิ์มากๆ หน่อย และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็อาจจะช่วยป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ครับ