เรื่อง : นายแพทย์จิระ  ธนะจักร   

Photo by Mega Caesaria on Unsplash

หลักในการสร้างเมือง คนโบราณจะยึดเอาแม่น้ำสายใหญ่ๆ เป็นหลัก เพื่อที่จะใช้เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งและการใช้ประกอบอาหารเพื่อดำรงชีพ เป็นต้นว่าเชียงใหม่บ้านเราก็ตั้งอยู่สองฝั่งของสายน้ำปิง กรุงเทพฯมีแม่น้ำเจ้าพระยา ประเทศสิงคโปร์ก็จะมีแม่น้ำสิงคโปร์ อังกฤษก็มีแม่น้ำเทมส์ ซึ่งเปรียบเสมือนสายธารชีวิตแห่งอังกฤษโดยแท้ นักกวีและนักเขียนมากมายนัก ไม่ว่าเป็น เช็คสเปียร์ เวิร์ดสเวิร์ธ หรือดิคเก้น ล้วนมีความชื่นชมและเทิดทูนเกียรติศักดิ์แห่งแม่น้ำเทมส์ ใครคนหนึ่งในจำนวนนี้ถึงกับบอกว่า แม่น้ำเทมส์คือลูกชายสุดรักของห้วงน้ำมหาสมุทรของโลกทั้งมวล ในปัจจุบันแม่น้ำเทมส์แสนสะอาดเหมือนกับอดีต มีนกน้ำ ปลาหลากพันธุ์มาอาศัยอยู่ และพบว่าในท้องน้ำเทมส์มีปลาพันธุ์ต่างๆ ถึง 104 ชนิด โดยในจำนวนนั้นมีอยู่ถึง 20 ชนิด ที่แทงบัญชีสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อ 15 ปีก่อน ก็กลับมามีอีก 

มีรายงานมาจาก BBC NEWS ว่าเอเชียเรามีแม่น้ำสายหลักที่กำลังเป็นปัญหาที่รัฐบาลประเทศนั้นๆ ต้องรีบดูแลด่วน เพราะอาจจะมีผลประทบต่อสัตว์น้ำและมนุษย์ที่ใช้ทรัพยากรจากสายน้ำเหล่านี้ด้วย แม่น้ำดังกล่าว ได้แก่ แยงซี (จีน), สาละวิน (พม่า), สินธุ (ปากีสถาน), คงคา (อินเดีย) และโขงเชื่อมต่อล้านช้าง (สิบสองปันนา) ลุ่มน้ำแยงซีของจีนมีมลพิษสูงขึ้นถึง 70% และประสบปัญหานี้มากว่า 50 ปี อุตสาหกรรมกว่าครึ่งของจีนปล่อยน้ำเสียและสิ่งโสโครกลงแม่น้ำแห่งนี้ ทั้งกองขยะ ปศุสัตว์ โรงพยาบาล และเหมืองแร่ และอาจรวมถึงขยะกัมมันตภาพรังสีที่ถมอยู่ใต้แม่น้ำแห่งนี้ทำให้แม่น้ำสายดังกล่าว เป็นหนึ่งในแม่น้ำที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกครับ  

สำหรับบ้านเราเมืองเชียงใหม่มีแม่น้ำปิงเป็นแม่น้ำสายหลักที่มาหล่อเลี้ยงพืชสวนไร่นาทั้งเมือง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาในอำเภอเชียงดาวและมารวมกับแม่น้ำจากเขื่อนแม่งัด แม่กวง เป็นสายธารใหญ่เข้าสู่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพลที่ดอยเต่า บางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วตั้งแต่ในอดีตสายน้ำที่มาหล่อเลี้ยงประชาชนในเมืองเชียงใหม่โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่นั้นจะมาจากคลอดแม่ข่า ซึ่งคลองแม่ข่าเป็นธารน้ำจากภูเขามีต้นกำเนิดแถบอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย คือลำห้วยแม่ชะเยืองและห้วยตึงเฒ่าไหลรวมเข้ากับลำเหมืองกลางและลำเหมืองแม่หยวกเป็นคลองแม่ข่า ที่ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่โดยไหลผ่านตัวอำเภอเมืองเชียงใหม่โดยมีลักษณะไหลโอบรอบเวียง ที่ไหลเลี่ยงเมืองจากมุมเมืองด้านเหนือลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีกำแพงเมืองชั้นนอกช่วยเบนคลองแม่ข่าห่างเมืองออกไปทางทิศตะวันออก แล้ววกมาทางใต้สมทบกับห้วยแก้วและลำห้วยต่างๆ ไหลไปตามชุมชนขนานไปกับแม่น้ำปิง  ก่อนไหลรวมเข้ากับแม่น้ำปิงที่สบข่าในอำเภอหางดง รวมความยาวราว 31 กิโลเมตร

คลองแม่ข่ามีลำน้ำสาขาคือน้ำแม่ท่าช้าง ไหลเชื่อมเข้ากับคลองแม่ข่าเหนือแจ่งศรีภูมิ 500 เมตร กับอีกสายคือลำคูไหว ที่เริ่มต้นจากแจ่งกู่เฮืองบรรจบกับคลองแม่ข่าที่ถนนสุริยวงศ์ ที่ลำน้ำสองสายนี้จะทำหน้าที่ระบายน้ำออกจากคูเมืองเชียงใหม่

ส่วนปัญหาด้านมลพิษในน้ำจะพบว่าบริเวณต้นคลองที่อำเภอแม่ริมนั้นไม่มีปัญหารุนแรง แต่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่นั้นมีปัญหาคลองถูกรุกล้ำและเน่าเสียอย่างรุนแรงโดยเฉพาะจุดที่เชื่อมกับลำคูไหว ที่ประสบปัญหาน้ำเน่าเสียมากเช่นกัน ทั้งทำหน้าที่รับน้ำฝนและน้ำทิ้งของเมือง เมื่อน้ำไหลไปถึงตำบลป่าแดดซึ่งเป็นปลายน้ำก่อนไหลลงสบข่า ก็ยิ่งทวีกลิ่นเน่าเหม็นอันส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชน รวมทั้งเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำปิง ซึ่งบริเวณประตูน้ำตรงสบข่านั้นน้ำในคลองจะมีสีดำตัดกับสีของแม่น้ำปิงอย่างชัดเจน ผิวน้ำจะมีฟองอากาศ และคราบน้ำมันส่งกลิ่นเหม็น จากการศึกษาคุณภาพน้ำพบว่าน้ำในคลองนั้นเสียอยู่ในระดับที่ 5 คือคุณภาพเสียสูงสุด ไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้อีก มีอ็อกซิเจนต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งพบสารปนเปื้อน อาทิ อีโคไลน์ ไนเตรต และฟอสฟอรัสสูงกว่าปรกติ ทำให้น้ำมีกลิ่นเหม็นและมีสีขุ่นดำ

หลายฝ่ายมองว่าทั้งคลองแม่ข่าและลำคูไหวซึ่งเป็นคลองสาขาของคลองแม่ข่าสายหนึ่ง ถือเป็นมรดกที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เชียงใหม่ ที่ควรได้รับการพัฒนาสำหรับเป็นจุดขายการท่องเที่ยวได้ หากในปัจจุบันเราซึ่งเป็นประชาชนท้องถิ่นที่นี่ ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งน้ำและเพื่อประโยชน์ในการท่องเที่ยวแล้ว อนาคตเมื่อบ้านเมืองอื่นมีการพัฒนาทรัพยากรแม่น้ำลำธารล้ำหน้าเราไปแล้ว ก็จะทำให้แขกบ้านแขกเมืองไม่ประทับใจที่จะมาเที่ยวชมธรรมชาติในเมืองที่ต่ำกว่ามาตรฐานได้ครับ