ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมานับจากวันที่เชียงใหม่เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองหลักของการพัฒนากลุ่มจังหวัดในภาคเหนือตอนบนจังหวัดเชียงใหม่คือหนึ่งในไม่กี่จังหวัดที่งานขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ในมิติสังคมและเศรษฐกิจมีความเคลื่อนไหวน่าจับตาและมีสีสันที่สุดปัจจัยหนึ่งมาจากความอุดมสมบูรณ์และถึงพร้อมด้านทรัพยากรทั้งทรัพยากรธรรมชาติและต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมาเนิ่นนานและอีกปัจจัยสำคัญคือการมีทรัพยากรบุคคลที่มีทั้งความรู้ประสบการณ์และจิตสำนึกความเป็นพลเมือง’ 

จากอดีตถึงปัจจุบันคนเชียงใหม่จึงได้เห็นการขับเคลื่อนงานพัฒนาทางด้านสังคมและเศรษฐกิจจากกลุ่มคนหลากหลายภาคส่วนที่ไม่จำกัดแต่กลุ่มภาครัฐและปรากฏการณ์การเคลื่อนงานพัฒนาจังหวัดครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัวและได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มภาคเอกชนคือแนวคิดการขับเคลื่อนกฎบัตรเชียงใหม่แนวคิดที่มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อการพัฒนาจังหวัดให้รุดหน้าบนหลักการของข้อตกลงร่วมที่พิจารณาหารือและกำหนดประเด็นสำคัญโดยคนในจังหวัดซึ่งแนวคิดกำลังได้รับการพัฒนาและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องโดยเครือข่ายภาคธุรกิจจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับภาคประชาชนและกลุ่มนักวิชาการผ่านการสนับสนุนของสกสว. และสมาคมผังเมืองไทยด้วยการเคลื่อนงานกฎบัตรเชียงใหม่กำลังเดินหน้าอย่างเข้มข้น COMPASS ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2562 จึงเรียนเชิญไพรัชโตวิวัฒน์รองประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่หนึ่งในสมาชิกผู้ริเริ่มก่อรูปการขับเคลื่อนกฎบัตรเชียงใหม่มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวการพัฒนากฎบัตรและความก้าวหน้าให้คนเชียงใหม่ได้รับรู้รับทราบเชื้อเชิญให้ทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงกฎบัตรเชียงใหม่เพื่อพัฒนาจังหวัดบ้านเกิดของพวกเราทุกคนไปด้วยกัน

กฎบัตรเชียงใหม่ก้าวทีละก้าวจากงานพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่

อย่างที่เราทราบเชียงใหม่เป็นเมืองแห่งโครงการเรามีโครงการพัฒนาเต็มไปหมดทั้งของภาครัฐเอกชนประชาชนวิชาการแล้วจังหวัดของเราก็ไม่ได้ใหญ่มากนักเราพอคุยกันถึงรู้จักกันหมดนอกจากนี้คนที่ทำงานในโครงการต่างๆส่วนใหญ่ก็คือตัวจริงทำงานจริงและมีเป้าหมายเพื่อทำให้จังหวัดของเราดีขึ้นไม่ต่างกันกฎบัตรเชียงใหม่จึงมาเพื่อการนี้คือนำเรื่องราวแนวคิดต่างๆและกลุ่มคนจากหลากหลายมาเจอกันมาเข้าใจกันและมาสร้างข้อตกลงอะไรบางอย่างร่วมกันว่าจังหวัดของเราเราอยากเน้นงานพัฒนาด้านนี้ตามแนวคิดแบบนั้นแบบนี้เป็นข้อตกลงที่เราต้องช่วยกันทำเพื่อให้ไปถึงที่หมายเดียวกันและสนับสนุนกัน 

ตอนนี้สิ่งที่ทีมกฎบัตรกำลังทำกันอยู่คือเชื่อมร้อยผู้คนและแนวคิดต่างๆเข้ามาให้คนได้รับรู้ร่วมกันแล้วรับรู้ในมุมอื่นๆด้วยไม่ใช่มุมมุมเดียวแล้วมาพิจารณายุทธศาสตร์ที่แต่ละงานวางไว้ทางทีมกฎบัตรก็มีการศึกษา baseline คือฐาน/ต้นทุนจริงๆของจังหวัดว่ามีอะไรแล้วเติมเข้าไปในการหารือร่วมกันก่อนจะคิดถึงเรื่อง scenario planning ด้วยกันมาทำ MOU ตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าเรามองเห็นภาพนี้แล้วก็มาเริ่มช่วยกันดันพร้อมๆกันเหมือนคำพูดภาษาคำเมืองบอกไฟที่มันไม่มีหางอย่างมากก็หมุนอยู่ที่เดิมอันนี้เหมือนใส่หางให้มันว่าโอเคเราจะไปทางนี้แหละผมเชื่อว่าเราทำไปภายใน 1-2 ปีน่าจะเห็นผลว่า impact อะไรจะเกิดขึ้นมาภาพแนวคิดการพัฒนาจังหวัดมันก็จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆใครจะลงทุนอะไรก็มั่นใจมากขึ้น  

ในวันที่จังหวัดอื่นๆเริ่มเดินหน้ากฎบัตรไปแล้วและเชียงใหม่กำลังตามต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเชียงใหม่เราโชคดีที่เรามีมหาวิทยาลัยมีผู้เชี่ยวชาญมีอะไรเยอะแยะไปหมดหรือแม้แต่หน่วยงานของราชการของส่วนกลางที่คิดโปรเจคอะไรได้ก็เอามาลงเชียงใหม่แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือบางเรื่องไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยคนในพื้นที่เลยถ้าไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคนในพื้นที่ผลที่มันจะตกกับพื้นที่มันก็จะน้อยเช่นเรื่องของพืชสวนโลกถ้าเมื่อไหร่คนเชียงใหม่ได้ร่วมงานจริงๆมันจะไม่ใช่ลงทุน 1 บาทแล้วจะได้ 22 บาทแต่มันได้มากกว่านั้นอีกอย่างที่พิสูจน์ได้ที่ญี่ปุ่นงานเอ็กซ์โปของเขาลงทุน 1 บาทได้คืน 44 บาทประเด็นแบบนี้ต่างหากที่คิดว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์สำหรับเชียงใหม่แล้ววันนี้เราเริ่มคุยเรื่องนี้กันมากขึ้นเอางานต่างๆมาบอกกันมาเชื่อมกันเรามีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์อย่างอาจารย์ปุ่นเที่ยงบูรณธรรมอาจารย์ฐาปนาบุณยประวิตรที่ท่านได้ไปเริ่มงานกฎบัตรกับจังหวัดมาแล้ว 

ผมและทีมกฎบัตรก็มั่นใจว่าการจัดประชุมที่ผ่านมา 4-5 ครั้งที่เรารวมคนเชียงใหม่ที่มีแนวคิดและโครงการพัฒนาจังหวัดในแต่ละประเด็นเข้ามาบวกกับงานศึกษา Baseline ต้นทุนของจังหวัดเชียงใหม่ใช้เวลาอีกไม่นานแนวทางน่าจะชัดเจนขึ้นอย่าง 13 สาขาที่เราและที่ประชุมช่วยกันร่างขึ้นมาวันนี้ก็ถือว่าชัดเจนขึ้นมากแม้เราจะเริ่มออกตัวช้าเพราะหลายๆปัจจัยอย่างจังหวัดอื่นเขาจะมีบริษัทพัฒนาเมืองแต่เชียงใหม่ของเราไม่มีแต่เราก็มีกกร. (คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสมาคมธนาคารไทย) มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนโดยมีประธานกกร. เป็นประธานกฎบัตร

จังหวะก้าวของงานพัฒนากฎบัตรเชียงใหม่  

คิดว่าภายในปี 2562 อย่างน้อยๆขั้นตอน MOU กับองค์กรหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วนหน้าจะแล้วเสร็จและข้อมูล Baseline ที่เราจัดทำน่าจะพอชี้ให้เห็นตัวเลขข้อมูลสำคัญที่พอจะบอกภาพร่างของแนวทางการพัฒนาจังหวัดของเราได้ชัดเจนขึ้นหรือว่าขั้นตอนเอาตัวเลขขึ้นมาดูตอนนั้นก็จะเห็นอะไรเยอะแยะบ้างล่ะที่มีแล้วตอนนี้คือร่างสาขาการพัฒนาจังหวัดทั้ง 13 สาขาเห็นทั้งประเด็นงานโครงการกิจกรรมและคนทำงานในโครงการนั้นๆซึ่ง active กันอยู่ทั้งในเขตเมืองและครอบคลุมทั้งจังหวัดเรื่องเด่นๆที่พอจะยกตัวอย่างให้ฟังและเห็นการเคลื่อนงานค่อนข้างชัดและเป็นที่สนใจของคนเชียงใหม่คือเรื่องการเคลื่อนนโยบายอากาศสะอาดที่ภาคเอกชนภาคประชาชนวิชาการการเมืองกำลังช่วยกันดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่อีกอีกเรื่องหนึ่งก็คือศิลปวัฒนธรรมที่เป็นจุดแข็งของเชียงใหม่เป็นทุนในพื้นที่จริงๆซึ่งจังหวัดอื่นไม่มีและขายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับเมืองและจังหวัดของเราอย่างต่อเนื่องตรงนี้ก็มีคนเคลื่อนอยู่และภาพค่อนข้างชัดเจน 

ความท้าทายของกฎบัตรเชียงใหม่   

จริงอยู่ที่ว่า 13 สาขาการพัฒนาจะมีกลุ่มคนคอยทำงานขับเคลื่อนอยู่แต่สิ่งที่เป็นความท้าทายคือการเชื่อมร้อยทั้ง 13 เรื่องให้เป็นห่วงโซ่ที่คล้องเข้าไว้ด้วยกันเรียกว่าให้เราสามารถขึ้นงานเป็นภาพใหญ่ด้วยกันมันก็ไม่มีทางไหนนอกจากการเชิญมานั่งคุยกันรับฟังซึ่งกันและกันวิธีการแบบนี้ต้องใช้เวลาและคนเชียงใหม่เวลาก็ไม่ค่อยจะมีผมก็อาศัยคุยเชื่อมไปทุกวงทางสกสว. ก็เชิญทุกภาคส่วนไปดูงานร่วมกันไปดูจังหวัดอื่นบ้างคือทางทีมกฎบัตรก็พยายามหาทุกวิธีการเพราะการจะขึ้นงานได้มันต้องมาจากการส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกันบนแนวทางของแต่ละคนซึ่งวางอยู่บนภาพใหญ่หรือกฎบัตรที่เราตกลงร่วมกัน   

สำหรับเชียงใหม่ผมเชื่อว่าเราขยับเรื่องงานพัฒนาได้ทุกเรื่องแต่มันต้องหาโอกาสถามกันเองว่าตอนนี้เราจะขับเคลื่อนร่วมกันไปในทิศทางไหนเพราะจริงๆมันคือการวางอนาคตของจังหวัดร่วมกันไม่ใช่ไป assign งานให้ผู้ว่าหรือไปฝากไว้กับใครคนใดคนหนึ่งมันถึงเวลาแล้วที่เราควรเปลี่ยนจากผู้อยู่อาศัยมาเป็นผู้สร้างผมอยากเชิญชวนคนเชียงใหม่ว่ามาช่วยกันใช้โอกาสนี้ในการสร้างอนาคตแบบที่เราอยากได้ให้จังหวัดของเราและสร้างอนาคตที่ดีกว่าวันนี้ให้ลูกหลานของเราด้วยกันเถอะครับ

ติดตามความก้าวหน้ากฎบัตรเชียงใหม่ Facebook: National Charter

ดร.สรวิชญ์ เปรมชื่น

หัวหน้าโครงการการสังเคราะห์สถานการณ์และชุดความรู้ด้านการพัฒนาเมืองและกระบวนการใช้ข้อมูลเปิดระดับเมืองของประเทศไทยสกสว.

การใช้วิธีการสร้าง Social Collaboration กับเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่โดยการรวมหลายๆ partners ทั้งสนามบินคมนาคมเศรษฐกิจวิชาการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือว่าเป็นเรื่องที่สมควรทำเพราะการผสานความคิดและช่วยกันพิจารณาโจทย์การพัฒนาเมืองจะส่งผลดีคือการพัฒนาไม่มุ่งไปในด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปและเป็นการ reshape ประเด็นทั้งส่วนที่เป็นโอกาสและปัญหาอุปสรรคให้คนได้มาช่วยกันทบทวนมาวิเคราะห์ว่าที่ผ่านมาเชียงใหม่ได้วางการพัฒนาเมืองไว้บิดเบี้ยวไม่ตรงกับศักยภาพหรือเจตนารมณ์ของคนในเมืองเชียงใหม่เองหรือเปล่าซึ่งจะนำไปสู่คำตอบและวิธีการที่ดีกว่าในอนาคต

ชฎาธช จันทนพันธ์ 

หัวหน้างานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa)

แนวคิกเรื่องกฎบัตรถือได้ว่าเป็นเครื่องมือการพัฒนาที่สอดคล้องกับการจัดการเมืองอัจฉริยะ Smart City ซึ่งทาง Depa ได้วางแนวทาง Smart City ไว้ 7 ด้านโดยเฉพาะเรื่องที่กฎบัตรหลายๆแห่งรวมถึงเชียงใหม่มุ่งประเด็นไปที่การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสนับสนุนเรื่องเกษตรและเศรษฐกิจดิจิตอล Startup รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีไปใช้กับเมืองเก่าองค์ความรู้ภูมิปัญญาและการท่องเที่ยวการขมวดความคิดของกฎบัตรมาสรุปที่ MICE และเศรษฐกิจสีเขียวจึงถือว่าเหมาะสมและน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนเชียงใหม่รวมถึงหน่วยงานของเราได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานพัฒนาจังหวัดมากยิ่งขึ้น 

สมิต ทวีเลิศนิธิ 

รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่

การพัฒนาจังหวัดหรือเมืองที่ดีเราต้องมีทิศทางและมีการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกวันนี้เราเห็นตรงกันว่าภาครัฐในส่วนของท้องถิ่นยังทำงานกันแบบแยกส่วนแถมจังหวัดเราก็ดันเปลี่ยนผู้ว่าฯบ่อยครั้งการที่เรามีกฎบัตรขึ้นมาผมมองว่าสิ่งนี้น่าจะช่วยให้คนในเมืองทุกภาคส่วนมาร่วมพูดคุยหารือแลกเปลี่ยนมาเป็น Think Tank เพื่อวางว่าเราจะมีทิศทางการพัฒนาจังหวัดของเราอย่างไรข้อดีคือเราช่วยกันวางช่วยกันพิจารณาและช่วยกันทำแต่ที่สำคัญผมเห็นว่าเราต้องสร้างกลไกให้เกิดการ Revise ทบทวนกฎบัตรอยู่เสมอเพราะโลกยุคนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วการมีกลไกที่คล้องตัวทันเหตุการณ์จึงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญด้วย

กฎบัตรเชียงใหม่ Chiang Mai MICE and Greenest City :
13 เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่

1.MICE: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสัมมนาท่องเที่ยวรางวัลการประชุมนานาชาติการจัดนิทรรศการและเพิ่มเศรษฐกิจสร้างมูลค่าจากนวัตกรรมเทคโนโลยีฐานทรัพยากรคนและธรรมชาติ 

2.เศรษฐกิจสีเขียว: สนับสนุนการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจและการจ้างงานและการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว 

3.อุตสาหกรรมสีเขียว: สนับสนุนระบบการผลิตสีเขียวที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสุขภาพสังคมโรงงานได้รับมาตรฐานโรงงานสีเขียว 

4.คมนาคมสีเขียว: พัฒนาระบบเดินทางที่สนับสนุนกิจกรรมทางกายภาพเพิ่มสัดส่วนของการเดินทางด้วยการเดินการปั่นและระบบขนส่งมวลชน

5.เกษตรและอาหารปลอดภัย: ส่งเสริมเกษตรธรรมชาติด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยสร้างกลยุทธการพัฒนาเศรษฐกิจครัวเรือนแก่เกษตรกร

6.โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว: สนับสนุนการวางผังเมืองการออกแบบเมืองตามเกณฑ์ผู้นำการออกแบบด้านพลังงานและสภาพแวดล้อมระดับย่าน (LEED-ND) และการออกแบบเมือง Form-Based Codes 

7.พลังงานสีเขียว (Green Energy): สนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพประหยัดส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มความสามารถในการผลิตพลังงานทดแทน 

8.ที่อยู่อาศัย (Housing): สร้างโอกาสซื้อหาและถือครองอย่างยั่นยืนด้านที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะโอกาสการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนรายได้ระดับปานกลางและระดับล่าง 

9.สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว: (Park, Public Space and Green Spaces) สนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวต้นไม้ใหญ่ในเขตเมืองเพิ่มพื้นที่สาธารณะสวนสาธารณะและพัฒนาที่ว่างของรัฐและเอกชนให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน 

10.การปรับปรุงฟื้นฟูเมือง: สนับสนุนการปรับปรุงฟื้นฟูชุมชนดั้งเดิมชุมชนพาณิชยกรรมชุมชนประวัติศาสตร์ให้เป็นชุมชนน่าอยู่โมเดล-Nimman MICE & Smart Special District 

11.สุขภาพและสุขภาวะ: ส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีด้วยระบบกายภาพโครงสร้างพื้นฐานและวิถีการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับสุขลักษณะ

12.มรดกโลกและแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดี: ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ทั้งประวัติศาสตร์โบราณคดีและงานศิลปะสถาปัตยกรรมของรัฐ/เอกชนและชุมชนดั้งเดิมหรือวิถีประเพณีชุมชนที่ควรค่าการเป็นมรดกโลก  

13.อากาศสะอาด: สนับสนุนและร่วมผลักดันนโยบายอากาศสะอาดและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5